:: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 25

   หน้าหลัก     ข่าวประชาสัมพันธ์     ดาวน์โหลด     ผลงานวิชาการ     ข่าวการศึกษา     กิจกรรม     เกี่ยวกับ สพม.ขก    สอบถาม
Home / ผลงานวิชาการ  
การถอดบทเรียน โครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โรงเรียนขามแก่นนคร
 
รายงานการวิจัย เรื่อง :  การถอดบทเรียน โครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โรงเรียนขามแก่นนคร
 
ผู้วิจัย   : นางสาวกฤษณา  วรรณทิพย์ โรงเรียนขามแก่นนคร  ตำบลศิลา  อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
 
ปีที่ทำการวิจัย  : 2561
                                                                                                                  บทคัดย่อ
               การถอดบทเรียนโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โรงเรียนขามแก่นนคร มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของโรงเรียนขามแก่นนคร 2) เพื่อศึกษาวิธีปฏิบัติที่ดีที่ประสบความสำเร็จของโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโรงเรียนขามแก่นนคร 3) เพื่อถอดบทเรียนการดำเนินงานโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโรงเรียนขามแก่นนคร และ 4) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาและขยายผลโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโรงเรียนขามแก่นนครเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครู จำนวน 5 นักเรียน จำนวน 38 คน ค่าสถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
               ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการดำเนินงานโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของ
โรงเรียนขามแก่นนคร
(1.1) ด้านปัจจัยนำเข้า  พบว่า กลุ่มครู  ระดับการปฏิบัติด้านปัจจัยนำเข้าภาพรวม อยู่ในระดับ   มาก (avr = 4.00)  เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ มาก  ได้แก่  มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  (avr = 4.33)  จำนวนบุคลากรในการดำเนินงานโครงการมีอย่างเพียงพอ  (avr=4.08) และ วัสดุและอุปกรณ์ในการดำเนินกิจกรรมมีความเพียงพอ  (avr= 4.08) กลุ่มนักเรียน  ระดับการปฏิบัติด้านปัจจัยภาพรวม อยู่ในระดับ มาก (avr= 3.97)  เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ มาก  ได้แก่  วัสดุและอุปกรณ์ในการดำเนินกิจกรรมมีความเพียงพอ (avr= 4.22)  บุคลากรที่ร่วมดำเนินการโครงการมีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม (avr = 4.21)  และ มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง (avr = 4.03) ตามลำดับ  (1.2)  ผลการติดตามผลการดำเนินงานโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ด้านปัจจัยนำเข้า  พบว่า กลุ่มครู  ระดับการปฏิบัติด้านปัจจัยภาพรวม อยู่ในระดับ มาก (avr = 4.30)  เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ มาก  ได้แก่ มีการจัดประชุมผู้เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนางาน  (avr = 4.49)    มีการจัดกิจกรรมอย่างหลากหลาย (avr = 4.48)  และ  มีการติดตามการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง (avr =4.45) ตามลำดับ กลุ่มนักเรียน  ระดับการปฏิบัติด้านปัจจัยนำเข้าภาพรวม อยู่ในระดับ มาก (avr = 4.13)  เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ มาก  ได้แก่  นักเรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม (avr = 4.31)   มีการประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างครู นักเรียน และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ (avr = 4.22)  และ กิจกรรมที่จัดส่งเสริมให้นักเรียนเป็นผู้มีนิสัยสนใจในการศึกษาค้นคว้า(avr = 4.12)  ตามลำดับ (1.3) ผลการติดตามผลการดำเนินงานโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ด้านผลผลิต  พบว่า กลุ่มครู  ระดับการปฏิบัติด้านผลผลิตภาพรวม อยู่ในระดับ  มาก (avr = 4.27)  เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ มาก  ได้แก่  กิจกรรมยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนและชุมชน (avr = 4.48) โครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ทำให้นักเรียนมีความรักและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน (avr = 4.38) และโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นทำให้โรงเรียนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของชุมชน (avr = 4.27) ตามลำดับ กลุ่มนักเรียน  ระดับการปฏิบัติด้านผลผลิตภาพรวม อยู่ในระดับ มาก (avr = 4.03) เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ มาก    ได้แก่   โครงการประวัติศาสตร์ท้องถิ่นทำให้นักเรียนมีความรักและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน (avr = 4.27)   กิจกรรมยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงเรียนและชุมชน (avr = 4.17)  และ นักเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยจากการทำกิจกรรม (avr = 4.09)  ตามลำดับ ***สรุปผลการติดตามผลการดำเนินงานโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น  พบว่า การปฏิบัติทั้ง 3  เมื่อพิจารณาตามกลุ่มผู้ให้ข้อมูล พบว่า กลุ่มคณะครู  มีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับ มากทุกด้าน โดยสูงสุดคือด้านกระบวนการ (avr = 4.30)  รองลงไปคือ ด้านผลผลิต (avr = 4.14) และ ด้านปัจจัยนำเข้า (avr = 4.00)  กลุ่มนักเรียน  มีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับ มากทุกด้าน โดยสูงสุดคือด้านกระบวนการ (avr = 4.12) รองลงไปคือ ด้านผลผลิต (avr = 4.10)  และ ด้านปัจจัยนำเข้า (avr =3.88) ** หรือจะเอาแค่นี้  2)  วิธีปฏิบัติที่ดีที่ประสบความสำเร็จของโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโรงเรียนขามแก่นนคร (2.1) การสร้างความเข้าใจและวางเป้าหมายสู่ความสำเร็จ (2.2) การสร้างความมีส่วนร่วม (2.3) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสร้างเครือข่าย และ (2.4) การติดตามผลการดำเนินงาน 3) แนวปฏิบัติที่ดีของโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น พบว่า แนวปฏิบัติที่ดีคือ (3.1) การมีประวัติความเป็นมาที่ดีและน่าสนใจของชุมชน (3.2) การมีผู้นำที่มีประสิทธิภาพ และ (3.3) การมีขั้นตอนในการดำเนินงานที่ชัดเจน  และ
4) แนวทางการพัฒนาและขยายผลโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นโรงเรียนขามแก่นนครเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน พบว่า มีการสนับสนุนงบประมาณอย่างเพียงพอ และการประชาสัมพันธ์ในทุกมิติ
vchar_2020Nov02111145.pdf
   ผู้ประกาศ : กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา ลงประกาศเมื่อ 02/พ.ย./2563 11:55:45  

:: คณะกรรมการบริหารสหวิทยาเขต สังกัด สพม.ขอนแก่น
:: ทำเนียบผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัด สพม.ขอนแก่น
:: โครงสร้างบริหารและบุคลากรภายใน สพม.ขอนแก่น
:: กลุ่มงานภายใน สพม.ขอนแก่น
:: เว็บไซต์โรงเรียนในสังกัด :: วิทยาการคำนวณ       :: DLIT SEC.25
:: PLC-KK sec25        :: นิเทศออนไลน์
:: คู่มือปฏิบัติงานหน่วยงานภายใน
:: กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

:: ระบบสารสนเทศ สพม.ขอนแก่น
 
::รางวัล/ผลงานประเมินด้านต่างๆ
 
:: ระบบสารสนเทศ สพฐ.  

© สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น เลขที่ 473 หมู่ที่ 2 ถนนมลิวรรณ ตำบลบ้านทุ่ม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น รหัสไปรษณีย์ 40000
โทรศัพท์ :0-4300-9867 โทรสาร :0-4325-5367 E-mail webmaster@kksec.go.th
Google Maps   Administrator Login